การทดลองท็อปปิ้งช่วยให้ประเมินตัวเลือกเมนูชานมใหม่ได้ เปรียบเทียบต้นทุนต่อเสิร์ฟ ราคาที่เสนอ และคำสั่งซื้อจริงก่อนตัดสินใจ
วางแผนทดลองท็อปปิ้งชานม
ก่อนเพิ่มท็อปปิ้ง ให้เปรียบเทียบต้นทุนเนื้อต่อเสิร์ฟกับราคาขายที่เสนอ รวมค่าแรง ของเสีย และค่าใช้จ่ายอื่นก่อนตัดสินใจว่าเมนูเหมาะกับร้านหรือไม่
ตัวอย่างส่วนต่างก่อนค่าใช้จ่ายอื่น (ไม่ใช่กำไรสุทธิ)
ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต ถั่วแดง และบุกหอมหมื่นลี้ ราคา 90 บาท/แพ็ค โมจิโยเกิร์ต 120 บาท/แพ็ค ขนาด 500g น้ำหนักเนื้อ 300g ถ้าใช้เนื้อเสิร์ฟละ 15g จะได้ 20 เสิร์ฟ ต้นทุน 4.50 บาท หรือ 6.00 บาทสำหรับโมจิโยเกิร์ต ยังไม่รวมขนส่ง ภาษี และของเสีย
สมมติขายท็อปปิ้งข้าวบาร์เลย์ 40 เสิร์ฟ/วัน บวกเพิ่มเสิร์ฟละ 20 บาท ต้นทุนเสิร์ฟละ 4.50 บาท จะเหลือส่วนต่าง 620.00 บาท/วัน หรือ 18,600.00 บาท/30 วัน ยังไม่หักค่าแรง ภาษี ขนส่ง ของเสีย และค่าใช้จ่ายอื่น ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ผลประกอบการจริงหรือการรับประกันยอดขาย
คำถามที่ควรทดลองกับลูกค้า
- ลูกค้าเลือกท็อปปิ้งที่ราคาที่เสนอหรือไม่
- ภาพเมนูช่วยให้ลูกค้าเข้าใจท็อปปิ้งหรือไม่
- ลูกค้าสั่งซ้ำหรือไม่ ให้บันทึกแทนการคาดเดา
ไอเดียจับคู่ชานมสำหรับทดลอง
- ไอเดียทดลอง: ชาไทย + มุกป๊อปข้าวบาร์เลย์ ซึ่งมีกลูเตน
- ไอเดียทดลอง: ชานม + มุกป๊อปถั่วแดง
- ไอเดียทดลอง: ชานมบราวน์ชูการ์ + โมจิโยเกิร์ต
ขอตัวอย่างทางอีเมล Blessme.team@gmail.com การจับคู่เหล่านี้เป็นไอเดียเสิร์ฟ ไม่ใช่สูตรที่ผ่านการทดสอบหรือผลลัพธ์จริงของลูกค้า
ข้าวบาร์เลย์และข้าวโอ๊ตมีกลูเตน ท็อปปิ้งทั้งห้ารายการเป็นวีแกน บรรจุในน้ำเชื่อมและมีน้ำตาล เทน้ำเชื่อมออกเพื่อลดความหวานได้ แต่ไม่ได้ทำให้ปราศจากน้ำตาล ไม่เหมาะสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี เพราะเสี่ยงสำลัก


